ชื่อเรื่อง                 การพัฒนาแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์  เรื่อง พื้นที่ผิวและปริมาตร ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  3  

ผู้ศึกษา                นางสาวสุปรียา  ภูมิภักดิ์

สถานศึกษา          โรงเรียนหนองคายวิทยาคาร   สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต  21

 ปีที่ศึกษา            2553

 

บทคัดย่อ

 

                   แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เป็นรูปแบบหนึ่งของกิจกรรมการเรียนรู้ที่สนองตอบความแตกต่างระหว่างบุคคล  และยึดหลักการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
 แบบฝึกทักษะเป็นสื่อการเรียนรู้แห่งการปฏิบัติของผู้เรียน
  เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้  ความชำนาญ  และเกิดทักษะในการเรียนรู้ ในเรื่องที่จะศึกษาหรือฝึกเพิ่มเติมมากขึ้น
การศึกษาในครั้งนี้มีความมุ่งหมายเพื่อ
                  
1)  เพื่อพัฒนาแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์  เรื่อง  พื้นที่ผิวและปริมาตร  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  3  ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์  80/80

                   2)  เพื่อศึกษาค่าดัชนีประสิทธิผลของแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์  เรื่อง  พื้นที่ผิวและปริมาตร ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3  3)  เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน
 เรื่อง  พื้นที่ผิวและปริมาตร ชั้นมัธยมศึกษาปีที่
3 โดยใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์  และ 4)  เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  3  ที่มีต่อการใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ 
เรื่อง  พื้นที่ผิวและปริมาตร  กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่  นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 
3  ภาคเรียนที่  1  ปีการศึกษา  2553  โรงเรียนหนองคายวิทยาคาร  สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 21 
จำนวน  42  คน   เครื่องมือที่ใช้ได้แก่ 
                   1)  แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์  เรื่อง  พื้นที่ผิวและปริมาตร จำนวน 
8  ชุด

                   2)  แผนการจัดการเรียนรู้  เรื่อง  พื้นที่ผิวและปริมาตร  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  3  จำนวน  10  แผน รวมแผนทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน ใช้เวลา  18  ชั่วโมง  
                   3)  แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน  เป็นแบบทดสอบปรนัยชนิดเลือกตอบ  4  ตัวเลือก  จำนวน 
1  ฉบับ  40  ข้อ  มีค่าความยากง่ายรายข้อตั้งแต่  0.30 – 0.78  
มีค่าอำนาจจำแนกรายข้อตั้งแต่ 
0.29 – 0.80  และมีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ  0.87  และ 4)  แบบวัดความพึงพอใจที่มีต่อการใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์
ป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (
Rating Scale) 5 ระดับ จำนวน 16 ข้อ ซึ่งมีค่าอำนาจจำแนกตั้งแต่ 0.45 ถึง 0.78 และมีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.87  สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล 
ได้แก่  ค่าร้อยละ  ค่าเฉลี่ย  ค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน  และการทดสอบสมมติฐานใช้
t-test  (แบบ  Dependent  Samples) 

 

ผลการศึกษา พบว่า

1.    การพัฒนาแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์  เรื่อง พื้นที่ผิวและปริมาตร  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  3  มีประสิทธิภาพเท่ากับ  85.12/84.92 สูงกว่าเกณฑ์  80/80  ที่ตั้งไว้

2.    ค่าดัชนีประสิทธิผลของแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์  เรื่อง  พื้นที่ผิวและปริมาตร  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  3  มีค่าเท่ากับ 0.7242  แสดงว่านักเรียนมีความรู้เพิ่มขึ้นเท่ากับ  0.7242 

หรือคิดเป็นร้อยละ  72.42

3.    นักเรียนที่เรียนรู้ด้วยแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์  เรื่อง  พื้นที่ผิวและปริมาตร  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  3  มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน  อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ  .05    

4.    ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์  เรื่อง  พื้นที่ผิวและปริมาตร  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  3  โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด  ค่าเฉลี่ย เท่ากับ 4.56

                   การพัฒนาแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์  เรื่อง  พื้นที่ผิวและปริมาตร  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  3  ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์  80/80  ที่ตั้งไว้  สามารถนำไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนา

ผู้เรียนให้มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น  จึงเหมาะเป็นแนวทางในการนำไปใช้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการศึกษาและมีประสิทธิภาพต่อไป
                                                                                                                                                                       
[ กลับหน้าหลัก ] 

 

สถิติผู้เข้าชม